ยะมัมหะ โข มะยัง, ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา, โย โน ภะคะวา สัตถา, ยัสสะ จะ มะยัง, ภะคะวะโต, ธัมมัง โรเจมะ, อะโหสิ โข โส ภะคะวา, มัชฌิเมสุ ชะนะปะเทสุ, อะริยะเกสุ มะนุสเสสุ, อุปปันโน ขัตติโย ชาติยา, โคตะโม โคตเตนะ, สักกะยะปุตโต, สักกะยะกุลา ปัพพะชิโต, สะเทวะเก โลเก, สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา, ปะชายะ, สะเทวะ มะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง, อะภิสัมพุทโธ, นิสสังสะยัง โข โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร, ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถาเทวะมะนุสสานัง, พุทโธ ภะคะวา,
สวากขาโต โข ปะนะ, เตนะ ภะคะวะตา ธัมโม, สันทิฏฐิโก อะกาลิโก, เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก, ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ, สุปะฏิปันโน โข ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ, ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย, ทักขิเณยโย, อัญชะลี กะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ,
อิทัง โข ปะนะ, ปะฏิมาฆะรัง, ตัง ภะคะวันตัง, อุททิสสะ กะตัง, ยาวะเทวะ ทัสสะเนนะ, ตัง ภะคะวันตัง อะนุสสะริตะวา, ปะสาทะสังเวคะปะฏิลาภายะ, มะยัง โข, เอตะระหิ อิมัง, วิสาขะปุณณะมีกาลัง, ตัสสะ ภะคะวะโต, ชาติสัมโพธินิพพานะกาละ สัมมะตัง, (ถ้าวันอัฏฐมี เปลี่ยนข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น เอตะระหิ อิมัง, วิสาขะปุณณะมิโตปะรัง, อัฏฐะมีกาลัง ตัสสะ ภะคะวะโต, สะรีรัชฌาปะนะ กาละสัมมะตัง) ปัตตะวา อิมัง ฐานัง สัมปัตตา, อิเม ทัณฑะทีปะรูปาทิสักกาเร, คะเหตะวา, อัตตะโน กายัง, สักการุ ปะธานัง กะริตะวา, ตัสสะ ภะคะวะโต, ยะถาภุจเจ คุเณ, อะนุสสะรันตา, อิมัง ปกฏิมาฆะรัง, ติกขัตตุง ปะทักขิณัง, กะริสสามะ,
อิมัง ยะถาคะหิเตหิ สักกาเรหิ ปูชัง กุรุมานา, สาธุ โน ภันเต ภะคะวา, สุจิระปะรินิพพุโตปิ, ญาตัพเพหิ คุเณหิ, อะตีตารัมมะณะตายะ, ปัญญายะมาโน, อิเม อัมเหหิ, คะหิเต สักกาเร, ปกฏิคัณหาตุ อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ สุขายะ.
คำแปล
เราทั้งหลาย, ถึงซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์ใดว่าเป็นที่พึ่ง, พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด, เป็นศาสดาของเราทั้งหลาย, แลเราทั้งหลายชอบ ซึ่งธรรม, ของพระผู้มีพระภาคพระองค์ใด, พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแล, ได้อุบัติแล้ว ในหมู่มนุษย์ ชาวอริยกะ ในมัชฌิมชนบท, พระองค์เป็นกษัตริย์โดยพระชาติ, เป็นโคดมโดยพระโคตร, เป็นศากยบุตร, เสด็จออกบรรพชา แล้วแต่ศากยสกุล, เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว, ซึ่งพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ, ในโลก, ทั้งเทวโลก, มารโลก, พรหมโลก, ในหมู่สัตว์โลก, ทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาแลมนุษย์, พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, เป็นพระอรหันต์, เป็นผู้ตรัสรู้ชอบเอง, เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ, เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว, เป็นผู้รู้แจ้งโลก, เป็นสารถีแห่งบุรุษควรฝึกได้ ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า, เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย, เป็นผู้ตื่นแล้ว, เป็นผู้เบิกบานแล้ว, เป็นผู้มีโชค โดยไม่ต้องสงสัยแล,
อนึ่ง พระธรรม, อันพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ตรัสดีแล้ว, อันผู้บรรลุ จะพึงเห็นเองไม่ประกอบด้วยกาล, ควรเรียกให้มาดู, ควรน้อมเข้ามา, อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน, และพระสงฆ์สาวก, ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วแล, เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว, เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม, เป็นผู้ปฏิบัติสมควร, นี้คือคู่แห่งบุรุษสี่, บุรุษบุคคลแปด, นี่พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค, เป็นผู้ควรของคำนับ, เป็นผู้ควรของต้อนรับ, เป็นผู้ควรของทำบุญ, เป็นผู้ควรทำอัญชลี (ประนมมือไหว้), เป็นนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า,
สถานแห่งพระสถูปนี้แล, นักปราชญ์ได้อุทิศเฉพาะ, ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, สร้างไว้แล้วเพียงเพื่อระลึกถึง, พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ด้วยทรรศนะแล้ว, ได้ความเลื่อมใสแลสังเวช, บัดนี้, เราทั้งหลาย, มาถึงกาลวิสาขปุรณมี เป็นที่รู้กันว่า, กาลเป็นที่ประสูติ, ตรัสรู้, แลเสด็จประนิพพานแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, (ถ้าวันอัฐมี เปลี่ยนข้อความที่ขีดเส้นใต้ เป็น กาลที่ครบ ๘ เบื้องหน้าแต่วันวิสาขปุรณมี เป็นที่รู้กันว่า กาลเป็นที่ถวายพระเพลิงพระสรีระแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น) จึงมาประชุกันแล้ว ณ ที่นี้, ถือสักการะมีประทีปด้าม, และธูป เป็นต้นเหล่านี้, ทำกายของตนให้เป็นดังภาชนะรับเครื่องสักการะ, ระลึกถึงพระคุณตามเป็นจริงทั้งหลาย, ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, บูชาด้วยสักการะ อันถือไว้แล้วอย่างไร, จักทำประทักษิณ, สิ้นวาระสามรอบ, ซึ่งสถานแห่งพระสถูปนี้
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ, ขอเชิญพระผู้มีพระภาคเจ้า, แม้เสด็จปรินิพพานนานมาแล้ว, ยังปรากฏอยู่ด้วยพระคุณสมบัติ, อันข้าพเจ้าทั้งหลาย, จะพึงรู้โดยความเป็นอตีตารมณ์, จงทรงรับซึ่งเครื่องสักการะ, อันข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายถือไว้แล้วนี้, เพื่อประโยชน์, เพื่อความสุข, แก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย, สิ้นกาลนานเทอญ